ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เรื่องเล่า

ดอกไม้ไฟที่จริงเป็นเพียงตัวประกอบ

เทศกาลพลุทะเลเผิงหู

เมื่อดอกไม้ไฟดอกแรกพุ่งขึ้น ก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองมองผิดจุดมาตลอด แสงแตกออกเหนือผืนทะเลแล้วร่วงลง แต่สิ่งที่งามจริง ๆ ไม่ใช่บนฟ้า แต่คือทะเล เงาสะท้อนของดอกไม้ไฟแตกเป็นสีทองทั่วทะเลยามค่ำของเผิงหู ไหวไปกับคลื่นทีละระลอก ลมเค็ม พัดกลิ่นสาหร่ายและน้ำมันดีเซลจาง ๆ เย็นสบายบนผิวที่ตากแดดมาทั้งวัน ราวกับมีใครค่อย ๆ หรี่ความร้อนลง

ดอกไม้ไฟจุดที่กวนอินถิงในเมืองหม่ากง ข้างอ่าวมีสะพานโค้งเหล็กชื่อสะพานสายรุ้งซีอิ๋ง ดอกไม้ไฟระเบิดเหนือทะเลด้านหลังมัน งานยามค่ำฤดูร้อนนี้ที่จริงงอกออกมาจากช่วงตกต่ำ ต้นยุค 2000 อุบัติเหตุครั้งหนึ่งทำให้การท่องเที่ยวของเผิงหูดิ่งลงถึงก้นเหว จึงเกิดเทศกาลดอกไม้ไฟนี้เพื่อเรียกผู้คนกลับมา จัดแล้วจัดเล่า ยี่สิบปีต่อมา มันกลายเป็นไม่กี่คืนที่ทั้งเกาะเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

ทุกคนแหงนหน้าถ่ายท้องฟ้า แต่เราสองคนเอาแต่ก้มมองน้ำ กำแพงทะเลกวนอินถิงเต็มไปด้วยผู้คน บางคนถือเบียร์ บางคนพาลูกมา ลุงคนหนึ่งวางเก้าอี้พับไว้ริมสุดติดทะเล หันหลังให้ดอกไม้ไฟ ก็มองสีทองที่แตกกระจายนั้นเช่นกัน เทศกาลจัดทุกฤดูร้อน แต่ทะเลเผิงหูผืนนี้ ในคืนที่ไม่มีดอกไม้ไฟก็ยังไหวอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม เพียงแต่คืนเหล่านั้นมีคนอยู่เป็นเพื่อนมันน้อยกว่า

เผิงหูยามกลางวันเป็นอีกแบบสิ้นเชิง ชายฝั่งหินบะซอลต์ถูกแดดเผาร้อนระอุ หลังกำแพงหินปะการังเป็นแปลงผักเตี้ย ๆ น้ำทะเลฟ้าจนไม่สมจริง พอพลบค่ำไอร้อนจึงถอย กำแพงทะเลค่อย ๆ เต็มไปด้วยคน แผงลูกชิ้นปลาหมึกและไอติมกระบองเพชรเปิดไฟ อากาศลอยกลิ่นของทอดกับความเค็มของทะเล เราก็หาที่นั่งในฝูงชน ไหล่ชิดไหล่ ไม่มีใครพูด เพียงรอ รอฟ้ามืด รอดอกแรก

หลังดอกไม้ไฟอำลาเวที เราไม่รีบไป นั่งบนกำแพงทะเลต่ออีกพัก ดอกไม้ไฟหมดแล้ว ผิวทะเลกลับเป็นสีน้ำเงินดำเข้ม เหลือเพียงไฟเรือประมงไกล ๆ ไม่กี่จุด วับวาบ เสียงคลื่นกลับมาเป็นตัวเอกอีกครั้ง ทีละระลอก ไม่เร่งร้อน เหมือนที่มันเป็นมาหลายร้อยปี

ผมคิดว่าคุณก็จะพบเหมือนเรา สิ่งที่จำได้จริง ๆ ไม่ใช่ดอกไหนใหญ่สุดดังสุด แต่คือไม่กี่นาทีหลังดอกไม้ไฟหยุด ตอนที่ทะเลเงียบลงอีกครั้ง นั่นแหละคือเสียงที่เผิงหูส่งมาตลอด เพียงแต่คุณเพิ่งหยุดนานพอจะได้ยินมัน และคนที่อยู่ข้างกายที่ได้ยินมันไปพร้อมคุณ อีกหลายปีต่อมา พอนึกถึงทะเลผืนนี้ ก็คงนึกถึงคุณก่อน

เรื่องเล่า