เรื่องเล่า
ที่หวานไม่ใช่น้ำตาล แต่คือเรื่องที่ว่า เพิ่งเก็บเกี่ยว

มุมหนึ่งของตลาดวางขนมที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสังเกต สีน้ำตาลเข้ม เหนียว มีเม็ดถั่วลิสงและงาปนอยู่ แม่ค้าบอกว่ามันชื่อกระยาสารท ทำเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น ซื้อมาชิ้นเล็ก ในความหวานมีกลิ่นไหม้หอมของธัญพืชที่เพิ่งคั่ว กับความหวานเข้มของน้ำตาลมะพร้าว ติดปลายนิ้ว เป็นรสที่เป็นของฤดูใบไม้ร่วง ของการเพิ่งเก็บเกี่ยว
สารทไทยตกในเดือนสิบตามจันทรคติ เป็นช่วงที่คนไทยทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษ ช่วงนี้ข้าวใหม่เพิ่งเก็บ ผู้คนเอาข้าวคั่วหอม ถั่วลิสง งา และน้ำตาลมะพร้าวมากวนรวมกันเป็นกระยาสารทเหนียว ถวายพระก่อน แล้วอุทิศให้ญาติที่ล่วงลับ ความหวานหนึ่งคำ ขอบคุณผลผลิตของแผ่นดิน จดจำผู้ที่จากไปก่อน มันไม่อึกทึก เป็นฤดูกาลที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่บอกกล่าวเป็นพิเศษ คุณอาจไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่ามันเคยมา
แม่ค้าคนเซ่กวนน้ำเชื่อมข้น ๆ ในกระทะไปก็พูดไป ว่าสูตรนี้ยายสอนมา ต้องคุมไฟ กวนช้าก็ไหม้ กวนเร็วก็ไม่เหนียว เธอว่าทุกปีตอนทำ พอมือเริ่มขยับ ก็เหมือนยายยังยืนดูอยู่ข้าง ๆ กลิ่นหอมจากกระทะลอยออกมาเป็นระยะ ปนกับกลิ่นแผงอื่นในตลาด แต่กลิ่นนี้ ทำให้ใจสงบลงเป็นพิเศษ
ทางวัด มีคนทยอยถือกระยาสารทที่จัดไว้มา ส่วนหนึ่งถวายพระ อีกส่วนเก็บไว้ในใจเงียบ ๆ ให้คนที่คิดถึง ไม่มีพิธีใหญ่โต เพียงส่งของหวานออกไปอย่างดี แล้วนั่งลง กินความหวานเดียวกันคำหนึ่ง ทั้งเรื่องเงียบ ราวกับกำลังพูดเบา ๆ กับใครสักคน
ใต้ต้นไม้นอกวัดเย็นสบาย เสียงจักจั่นดังเป็นระยะ นั่งกินกระยาสารทชิ้นนั้นช้า ๆ ความหวานติดฟัน ถั่วลิสงแตกในปาก กลิ่นข้าวคั่วกระจายบนปลายลิ้นแล้วค่อย ๆ จาง คำแล้วคำเล่า กินช้ามาก ราวกับเสียดายที่จะกินมันหมดเร็วเกินไป
รสนั้นทำให้นึกถึงของที่บ้านก็มีบางอย่างที่โผล่มาเฉพาะเทศกาล พูดจริง ๆ ผมก็นึกถึงของบางอย่างที่ยายเคยทำ แท้จริงแล้วไม่ว่าอยู่ที่ไหน ทุกคนใช้ความหวานตามฤดูกาลคำหนึ่ง จดจำสิ่งเดียวกัน บางคนแม้จากไปแล้ว รสชาติก็ยังจำพวกเขาได้ ผมคิดว่าถ้าคุณได้ลิ้มคำนี้ ก็คงได้ลิ้มชื่อหนึ่งที่ไม่ได้นึกถึงมานาน ในความหวานนั้น
เรื่องเล่า