ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เรื่องเล่า

ทั้งเมืองสวมหน้ากาก จนคุณก็แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร

สุดยอดสุดยิ่ง ปี 2026 พิธาโขน ลวี จริงจังนุ่มนวล

หน้ากากนั้นใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก ตาเป็นวงกลม ปากฉีกถึงใบหู สีส้ม น้ำเงิน แดง ผสมกันอย่างไร้ตรรกะ แต่คนที่สวมมันเดินด้วยความบ้าระห่ำที่แม่นยำ ราวกับหน้ากากให้อนุญาตบางอย่าง ให้ขยับร่างกายในแบบที่ปกติไม่ทำ ยืนดูขบวนทะลักออกจากวัดบนถนนสายหลักของอำเภอด่านซ้าย เสียงฆ้องกลองสั่นสะเทือนทั้งถนน คนหน้ากากเดินผ่านไปทีละคน ข้างกายคุณยายคนหนึ่งหัวเราะจนหุบปากไม่ลง เธอยืนตรงนี้ทุกปี ดูมาหลายสิบปี ก็ยังหัวเราะเหมือนครั้งแรก

นี่คือผีตาโขน ส่วนหนึ่งของงานบุญหลวงในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ภาคอีสานของไทย วันจัดงานกำหนดโดยการเสี่ยงทายของพระท้องถิ่น มักตกอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ตำนานว่ามาจากเรื่องพระเวสสันดรชาดก ชาติก่อนของพระพุทธเจ้า ตอนเจ้าชายเสด็จกลับเมือง แม้แต่ภูตผีและสัตว์ป่าในป่ายังอาลัย ตามขบวนส่งเสด็จกลับมา ผีที่สวมหน้ากากเหล่านั้นก็คือภูตที่ตามมาส่งนั่นเอง อีกทั้งยังผูกกับประเพณีขอฝนของท้องถิ่น เป็นเทศกาลที่ผสมความยำเกรงกับความครื้นเครงเข้าด้วยกัน

หน้ากากทำด้วยมือ โครงทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียวกับกะลามะพร้าว แล้วลงสี แต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน น่ากลัวปนน่าขัน ก่อนงานไม่กี่วัน เวิร์กช็อปท้องถิ่นให้คนระบายสีหน้ากากของตัวเองไปร่วมขบวน นักเดินทางไม่กี่คนที่เดิมไม่รู้จักกัน มารวมกลุ่มกันที่เกสต์เฮาส์ ก็ทำกันคนละชิ้น พอสวมหน้ากากจริง เดินเข้าไปในขบวน ถึงได้รู้ว่ามันกับการยืนดูข้างถนน เป็นคนละเรื่องกันเลย

ผีตาโขนมีสองวัน วันแรกเป็นพิธีทางศาสนาที่ขรึมขลัง วันที่สองถึงเป็นไฮไลต์ขบวนแห่ผี ออกจากวัดเดินผ่านถนนสายหลัก เสียงดัง เสียงหัวเราะ ฆ้องกลอง ปนกันไปหมด ใกล้เคียงงานคาร์นิวัลยิ่งกว่าคำว่าเทศกาลทางศาสนาใด ๆ สวมหน้ากากเดินกลางแดดร้อนอบอ้าว เหงื่อไหลลงหน้า ขอบไม้ไผ่ครูดหน้าผาก แต่มองออกไปผ่านรูตากลม ๆ สองรูนั้น โลกจู่ ๆ ก็ดูไม่จริงขึ้นมา คนกลุ่มหนึ่งหัวเราะ กระโดด ไม่มีใครรู้ว่าใต้หน้ากากคือใคร และไม่มีใครสนใจ

เต้นไปเต้นมา แยกไม่ออกว่าผีข้างกายตัวไหนคือเพื่อนร่วมทาง ตัวไหนคือคนท้องถิ่น พอฆ้องกลองดัง ทุกคนก็ทะลักไปข้างหน้า ฝุ่นใต้เท้าฟุ้ง เหงื่อ สี แดด ติดกันไปหมด ถอดหน้ากากดื่มน้ำ ถึงรู้ว่าหน้าแดงไปหมดแล้ว คนแปลกหน้าไม่กี่คน ตอนนี้กลับเหมือนรู้จักกันมานาน

รถบัสออกจากด่านซ้ายตอนฟ้าเพิ่งสาง ทุกคนนั่งริมหน้าต่าง มองเมืองเล็กค่อย ๆ เล็กลงในกระจกมองหลัง เสียงฆ้องกลองเมื่อวานยังค้างอยู่ในหู หน้ากากที่ปากฉีกถึงใบหู สีสันไร้ตรรกะนั้น เดินผ่านหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า ผมคิดว่าคุณก็จะเป็นเหมือนพวกเรา จะไม่ลืมความรู้สึกนั้นไปอีกนาน บ่ายที่ทั้งหมู่บ้านสวมหน้ากาก ไม่มีใครเป็นผู้ชมล้วน ๆ รวมถึงคุณด้วย

เรื่องเล่า