เรื่องเล่า
ของที่ทำจากไม้ อยู่ได้นานกว่ามือที่แกะมัน

รถยาไตจอดอยู่ในตรอกแคบ สูงสามชั้น แล็กเกอร์ดำลายทอง งานแกะสลักและงานโลหะละเอียดจนต้องเข้าไปใกล้จึงเห็น มังกร หงส์ เถาวัลย์ ทุกตารางนิ้วงอกอะไรสักอย่าง มันคือยาไต รถที่ลากแห่ไปตามถนนในเทศกาลทากายามะ ช่างเมืองฮิดะใช้เวลาหลายชั่วคนทำให้มันเป็นอย่างนี้ เมษายนที่ทากายามะยังมีไอเย็นต้นฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นใส สูดเข้าไปแสบจมูกนิด ๆ กลิ่นไม้กับแล็กเกอร์ดิบสะอาดจนเกือบโปร่งใส
เทศกาลทากายามะที่จริงเป็นชื่อรวมของสองเทศกาล ซันโนมัตสึริฤดูใบไม้ผลิเดือนเมษายน งานของศาลเจ้าฮิเอะ ฮาจิมังมัตสึริฤดูใบไม้ร่วงเดือนตุลาคม ของศาลเจ้าซากุระยามะฮาจิมัง รวมกับกิอองของเกียวโตและจิจิบุโยมัตสึริ เรียกว่าสามเทศกาลงามที่สุดของญี่ปุ่น ฮิดะเป็นดินแดนภูเขาที่นามีน้อย ขึ้นชื่อเรื่องช่างฝีมือมาแต่โบราณ แม้แต่วัดใหญ่ในเกียวโตและนาราก็ต้องมาขอช่างไม้ฮิดะ ยาไตเหล่านี้คือสิ่งที่ฝีมือนั้นกลายเป็น เมื่อไม่มีวัดให้สร้างก็ทุ่มลงไปจนหมด งานศิลปะที่เดินได้ ทีละคัน
ส่วนที่ทำให้กลั้นหายใจที่สุดคือคาราคุริ หุ่นกลไกบนรถ คนที่ซ่อนอยู่ข้างในชักสายเล็กหลายสิบเส้น ให้หุ่นไม้พลิกตัวกลางอากาศ หยิบพู่กันเขียนตัวอักษร แล้วโยนตัวเองให้หุ่นอีกตัวรับ ตลอดทางไม่มีไฟฟ้า ไม่มีมอเตอร์ มีเพียงสาย ไม้ และมือคู่หนึ่งที่ฝึกมาทั้งชีวิต วินาทีที่หุ่นทำสำเร็จ ฝูงชนทั้งหมดเปล่งเสียงโอ้พร้อมกัน เสียงนั้นคงไม่ต่างจากเมื่อสองร้อยปีก่อน
เพื่อนร่วมทางวันนั้นคือกลุ่มที่จับพลัดจับผลูรวมกันในล็อบบี้เกสต์เฮาส์ นักเดินทางไม่กี่คนที่ไม่เคยรู้จักกัน ถูกยาไตคันเดียวกันดึงมาที่หัวมุมเดียวกัน ใกล้ ๆ มีช่างเชิดหุ่นคนหนึ่ง แสดงเสร็จก็ม้วนเก็บสายทีละขด ท่าทางช้าจนเกือบเป็นความศรัทธา ม้วนเสร็จเงยมองยาไตของตัวเอง สายตานั้นไม่เหมือนมองอุปกรณ์ แต่เหมือนมองสิ่งที่อยู่มานานกว่าตัวเขา และสุดท้ายจะอยู่ต่อไปนานกว่าเขา
พอฟ้ามืดคือโยอิมัตสึริ ยาไตแขวนโคมนับร้อย ทั้งคันลอยขึ้นจากความมืด แล็กเกอร์ทองรับแสงเทียน หรี่แล้วก็สว่าง เคลื่อนช้า ๆ จากตรอกฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่ง กลิ่นน้ำมันตะเกียงอุ่น ๆ กลิ่นบ้านไม้ของเมืองบนภูเขายามค่ำ เสียงขลุ่ยบายาชิแผ่ว ๆ แต่ไกล ลอยอยู่ด้วยกันในอากาศเย็นของคืนฤดูใบไม้ผลิ คนแปลกหน้าไม่กี่คนยืนเคียงไหล่กัน แทบไม่พูดอะไร เพียงแหงนมองดวงแสงทองนั้นเคลื่อนผ่านไปทีละนิ้ว
ช่างที่แกะมันจากไปนานแล้ว แต่ยาไตยังเคลื่อนอยู่ พาไปไม่ได้ และคนแปลกหน้าเหล่านั้นก็คงเหมือนกัน แต่คืนที่มันสว่างขึ้นจากความมืดและเคลื่อนผ่านหน้าช้า ๆ ต่างก็เก็บใส่ย่ามของตัวเองไป ผมคิดว่าอีกหลายปีต่อมา หากคุณก็พบโคมเดินได้แบบนี้ในเมืองเล็กสักแห่ง คุณก็จะเป็นเหมือนพวกเราคืนนั้น ยืนอยู่กับที่อีกสักครู่ ไม่อยากให้มันเลี้ยวเข้าหัวมุมถัดไปเร็วเกินไป
เรื่องเล่า